ลงทุนที่ตัวเองมีความเข้าใจ

ตอนที่ 7 อิสรภาพทางการเงิน – ลงทุนที่ตัวเองมีความเข้าใจ
เรื่องย่อ บัฟเฟต์เลือกจะลงทุนในบริษัทชั้นหนึ่ง
ที่ตัวเองมีความเข้าใจเป็นอย่างดีเท่านั้น
รวมทั้งมีผู้บริหารที่ไว้ใจได้ด้วย

วอร์เร็นได้กล่าวว่า
“หลังจากที่ซื้อหุ้นแล้ว ผมจะไม่สนใจตลาดหุ้นเลย
และถึงแม้ว่าตลาดหุ้นจะปิดทำการยาวนานถึง10ปีก็ตาม
ทั้งนี้ก็เพราะว่า ผมมั่นใจธุรกิจที่ลงทุนไปแล้วนั้น
มีมูลค่าที่แท้จริงของมัน ซึ่งผมไม่จำเป็นต้องให้ตลาดหุ้นมารับรู้ด้วยก็ได้”

ลงทุนที่ตัวเองมีความเข้าใจ

ลงทุนที่ตัวเองมีความเข้าใจ ภาพประกอบจาก อินเทอร์เน็ต

รายละเอียด วิธีการและแนวทางในการลงทุนของ วอร์เร็น บัฟเฟตต์
หุ้นไม่ใช่เพียงแค่กระดาษแผ่นหนึ่งอย่างที่หลายๆคนคิด
มันเป็นเอกสารที่แสดงถึงความมีส่วนเป็นเจ้าของในกิจการนั้นด้วย
เมือคิดจะลงทุน จงใช้มุมมองอย่างเจ้าของกิจการในการเลือกลงทุน
มุ่งเน้นลงไปในกิจการและข้อมูลเบี้องหลัง ไม่ใช่แค่มองว่ามันเป็นแค่หุ้น
ต้องรู้ใช้ชัดว่ากิจการนี้ทำอะไร และทำได้ดีแค่ไหน?

พิจารณาลงทุนเฉพาะกิจการที่เราเข้าใจได้
เพราะไม่เช่นนั้นเราจะไม่สามารถ ที่จะค้นหามูลค่าที่แท้จริง
ของกิจการที่เราเป็นเจ้าของได้
มีกิจการที่ดีเพียงไม่กี่บริษัทที่เราจะสามารถลงทุนแล้วได้รับผลตอบแทนสูง
ในโลกนี้ประกอบไปด้วยธุรกิจที่ดีเด่น ธุรกิจที่แย่ และธุรกิจที่ไม่ดีไม่เลว

จงจำกัดการค้นหาธุรกิจนั้น
โดยมองย้อนไปถึงประวัติเก่าๆของกิจการนั้นๆ
“นักลงทุนควรที่จะคิดเสมอว่าการลงทุนนั้น เปรียบเสมือนการตัดสินใจครั้งสำคัญ
ในชีวิตซึ่งมีได้เพียงยี่สิบครั้งเท่านั้น ดังนั้นการตัดสินใจทุกครั้งจะต้องไตร่ตรองให้ดี
เพราะหากพลาดไปจะเหลือโอกาสอีกไม่มาแล้ว”

ธุรกิจที่ดี จะเสมือนว่ามีทางด่วน
ซึ่งลูกค้าต้องจ่าย เพื่อข้ามไปสู่จุดหมายปลายทาง ที่เขาต้องการ
และสิ่งนี้จะทำให้กิจการนั้นสามารถเติบโตได้ตลอดไป ดังตัวอย่างเช่น

• บริษัทหลายบริษัทจำเป็นต้องประชาสัมพันธ์ สินค้าและบริการของตัวเอง
ซึ่งบริษัทโฆษณาก็จะสามารถได้รับผลประโยชน์จากความต้องการโฆษณานี้ด้วย

• ผู้ชายส่วนใหญ่จำเป็นต้องโกนหนวด และผู้หญิงก็อาจจะโกนขนขา สำหรับกิจการที่ผลิตมีดโกนที่ใหญ่ที่สุด
ในโลก อย่างเช่น Gillette ซึ่งสามารถยึดคลองตลาดที่ไม่มีวันหดหายไปได้เลย และจะเติบโตไปตาม
การขยายตัวของจำนวนประชากรโลก

ธุรกิจที่ยิ่งใหญ่มักจะมีคุณสมบัติต่างๆดังนี้
1 ไม่ซับซ้อน (Simplicity) กิจการเหล่านี้จะเข้าใจได้ง่ายๆ และใช้การบริหารแบบธรรมดา

2 ธุรกิจเสมือนมีสิทธิพิเศษที่แข็งแกร่ง (Strong business franchises)

ธุรกิจเหล่านี้จะได้รับประโยชน์จาก ค่าความนิยมทางเศรษฐกิจ (Economic Goodwill)
เช่นสามารถปรับราคาขึ้นได้โดยที่ ลูกค้าไม่มีความขัดข้อง

3 สามารถคาดการได้ (predictability) สามารถคาดการผลประกอบการได้อย่างมั่นใจ

4 ผลตอบแทนจากเงินทุนสูง (High return on Equity) สามารถที่จะมีผลตอบแทนจากเงินทุนได้สูง
โดยไม่ต้องอาศัยการตบแต่งบัญชี (Creative Accounting) หรือการใช้เงินลงทุนจากการกู้
ซึ่งผลตอบแทนจากการลงทุนนี้สำคัญกว่าตัวเลขกำไรต่อหุ้นที่หลายๆคนให้ความสำคัญเสียอีก

5 สามารถสร้างกระแสเงินสดได้ดี (Strong Cash Generation) เป็นธุรกิจที่ไม่ต้องมีการลงทุนอย่าง
มหาศาลเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันให้สูงอยู่ตลอดเวลา ธุรกิจที่แข็งแกร่งจริงจะใช้เงินลงทุนเพียง
เล็กน้อยก็สามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันได้อย่างมั่นคง

6 อุทิศทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อสร้างมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น (Devotion to Shareholder Value)
การที่มีผู้บริหารที่ซื่อสัตย์ และมีฝีมือทุ่มแรงกายแรงใจให้แก่งานของบริษัท
เพื่อสร้างมูลค่าให้กิจการตลอดเวลา
ในการประเมินมูลค่าที่แท้จริงของธุรกิจจงจำไว้ว่า
“ราคาคือสิ่งที่เราจ่าย มูลค่าคือสิ่งที่เราได้รับ”

ดังนั้นการลงทุนใดๆ
เราต้องคำนึงถึงส่วนต่างเพื่อความปลอดภัย (Margin of Safety)
ระหว่างราคากับมูลค่าให้มากไว้
เพื่อหากว่าเราเกิดความผิดพลาดขึ้นก็ยังไม่ทำให้เราขาดทุนมาก

ในการประเมินมูลค่าที่แท้จริงนั้น
วอร์เร็นมักจะใช้วิธีคิดลดกระแสเงินสด(Discount Cash flow)
หรือที่เรียกกันสั้นๆว่า DCF วิธีการนี้คือการประมาณกระแสเงินสดในอนาคตที่กิจการจะได้รับ
และคิดลดกระแสเงินสดนั้นกลับมา ณ ปัจจุบัน
โดยใช้อัตราคิดลดที่ปราศจากความเสี่ยงโดยเทียบกับ
การลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล อาจจะเป็น10ปีหรือน้อยกว่านั้น

ซึ่งผลที่ได้สามารถบอกเราได้ถึงส่วนต่าง
ของราคาปัจจุบันกับมูลค่าซึ่งนั่นก็คือส่วนต่างเพื่อความปลอดภัย (Margin of Safety)
ไม่สนในการเปลี่ยนแปลงของตลาดหุ้น วอร์เร็นเคยพูดไว้ว่า
“หลังจากที่ซื้อหุ้นแล้ว ผมจะไม่สนใจตลาดหุ้นเลย
และถึงแม้ว่าตลาดหุ้นจะปิดทำการยาวนานถึง10ปีก็ตาม
ทั้งนี้ก็เพราะว่าผมมั่นใจธุรกิจที่ลงทุนไปแล้วนั้นมีมูลค่าที่แท้จริงของมัน
ซึ่งผมไม่จำเป็นต้องให้ตลาดหุ้นมารับรู้ด้วยก็ได้”

วอร์เร็นจะขายหุ้นก็ต่อเมื่อ
• ถ้ามูลค่าที่แท้จริงของกิจการไม่ได้เพิ่มสูงขึ้นตามอัตราที่ควรจะเป็น

• ถ้ามูลค่าตลาดของกิจการเพิ่มสูงกว่ามูลค่าที่แท้จริงที่ประเมินได้มากจนเกินไป

คุณไม่ได้อยู่ในโลกนี้คนเดียว
วัยเด็ก มีแรง มีเวลา ไม่มีเงิน
วัยทำงาน มีเงิน มีแรง ไม่มีเวลา :
วัยชรา มีเวลา มีเงิน ไม่มีแรง
created by Reallim (เย่หยงเทียน)
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=uptoyou&group=8&month=10-2006&date=01&blog=89

อิสรภาพทางการเงิน โดย cash.holidaytours.in.th

$$$ ลิ้งที่เกี่ยวข้อง $$$
อิสรภาพทางการเงิน ตอนที่ 0 -12